ระเบียบกรมสรรพสามิต พ.ศ. 2545

ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการตรวจสอบปริมาตรความจุภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน 

           ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการตรวจสอบปริมาตรความจุภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน พ.ศ. 2545เพื่อให้
การตรวจสอบปริมาตรความจุของภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเป็นไปในแนวทางเดียวกัน อธิบดีกรมสรรพสามิต
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 และมาตรา 38 (7) แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการตรวจสอบปริมาตรความจุภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์
น้ำมัน พ.ศ. 2545″
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันออกประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการตรวจสอบปริมาตรความจุภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน
พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2541
ข้อ 4 ในระเบียบนี้ “ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน” หมายความว่า
(1) ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต
(2) ภาชนะที่ใช้สำหรับเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ใช้ในการคำนวณภาษี
(3) ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ใช้เป็นภาชนะเปรียบเทียบในการคำนวณปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน
เพื่อการคำนวณภาษี
(4) ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเพื่อรอการส่งออกนอกราชอาณาจักร
(5) เรือบรรทุกน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งใช้เปรียบเทียบเพื่อการคำนวณภาษี
ข้อ 5 คณะกรรมการเพื่อปฏิบัติตามระเบียบนี้ประกอบด้วย
5.1 เจ้าพนักงานสรรพสามิต กองช่าง
5.2 เจ้าพนักงานสรรพสามิตสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี 2
5.3 สรรพสามิตจังหวัดที่โรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่ หรือผู้แทน
5.4 เจ้าพนักงานสรรพสามิต ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรม
ข้อ 6 ภาชนะเก็บน้ำมีน*และผลิตภัณฑ์น้ำมันจะต้องได้รับการตรวจสอบปริมาตรความจุโดยคณะกรรมการตามข้อ 5
ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะต้องจัดหามาเป็นผู้ดำเนินการในการตรวจสอบ
ข้อ 7 ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ประสงค์จะให้คณะกรรมการตามข้อ 5 ร่วมทำการตรวจสอบปริมาตรความจุภาชนะ
เก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน ต่ออธิบดีกรมสรรพสามิต พร้อมแบบรายละเอียด
ภาชนะ ผังแสดงที่ตั้งและแผนการดำเนินงานกรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมประสงค์จะสร้างภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑน้ำมัน
ขึ้นใหม่ให้ส่งผังแสดงที่ตั้งและแบบรายละเอียดของภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 1 ชุด พร้อมแผนการดำเนิน
งานให้กรมสรรพสามิตพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน
ข้อ 8 การตรวจสอบปริมาตราความจุภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน
8.1 การตรวจสอบปริมาตรความจุภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์ น้ำมันตามข้อ 4(1) (2) (3) และ (4) ให้ดำเนินการ ดังนี้
(1) ให้คณะกรรมการตามข้อ5 ทำการตรวจสอบปริมาตรความจุภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ร่วมกับผู้แทน
ผู้ประกอบอตุสาห*กรรมตามข้อ 6 โดยวิธี The Manual Tank Strapping Method และหรือโดยวิธี The Optical Reference
Line Method เพื่อจัดตารางคำนวณปริมาตร
(2) การคำนวณปริมาตราความจุภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันให้ใช้วิธีการของ
American Society For Testing and Materials (ASTM) และหรือ American Petroleum Institute (API)
โดยใช้เกณฑ์ในการคำนวณที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียสหรือ 86 องศาฟาเรนไฮต์ และกรณีเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ
เป็นพิเศษให้ใช้อุณหภูมิที่ใช้งาน (Service Temperature) เป็นเกณฑ์ในการจัดทำตารางคำนวณปริมาตร
8.2 การตรวจสอบตารางคำนวณปริมาตรความจุเรือบรรทุกน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามข้อ 4 (5) ให้คณะกรรมการ
ตามข้อ 5 ร่วมกับผู้แทน ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามข้อ 6 ตรวจสอบตารางคำนวณปริมาตรโดยวิธีการนำเรือเข้ารับหรือ
สูบถ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน เปรียบเทียบกับปริมาตรจากภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน หรือมาตรวัดซึ่งได้รับอนุญาต
ให้ใช้จากกรมสรรพสามิตแล้ว หรือตรวจสอบโดยใช้น้ำผ่านมาตรวัดจำนวนไม่น้อยกว่า 3 เที่ยว โดยให้มีผลแตกต่างของ
ปริมาตรตามเกณฑ์ที่กรมสรรพสามิตกำหนดในระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการควบคุมโรงอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์
น้ำมัน และจะต้องตรวจสอบใหม่ ทุก ๆ5 ปี
ข้อ 9 การจัดทำตารางคำนวณปริมาตร
9.1 เมื่อได้รับการตรวจสอบปริมาตรความจุภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันแล้ว ให้ผู้แทน ผู้ประกอบอุตสาหกรรม
ตามข้อ 6 จัดทำตารางคำนวณปริมาตรความจุภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน โดยจะต้องมีรายละเอียดประกอบ
ด้วยระยะลึกเป็นเซนติเมตร ปริมาตรเป็นลิตร ผลต่างปริมาตรเป็นลิตร
9.2 เมื่อกรมสรรพสามิตได้รับรองตารางคำนวณปริมาตรดังกล่าวแล้วกรมสรรพสามิต จะดำเนินการออกหนังสือรับรอง
ให้ใช้ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันและตารางคำนวณปริมาตรประจำภาชนะให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม
9.3 ตารางคำนวณปริมาตรที่ได้รับการอนุมัติแล้วให้ผู้ประกอบ อุตสาหกรรมจัดส่งสำเนาให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้
(1) กรณีโรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ให้ส่งจำนวน3 ชุด (สำหรับ กองช่าง จำนวน 1 ชุด สำนักบริหารการ
จัดเก็บภาษี 2 จำนวน 1 ชุด และสำนักงานสรรพสามิตประจำโรงอุตสาหกรรม จำนวน 1 ชุด
(2) กรณีโรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพฯ ให้ส่งจำนวน 4 ชุด (สำหรับ กองช่าง จำนวน 1 ชุด
สำนักบริหารการจัดเก็บภาษี 2 จำนวน 1 ชุด สำนักงานสรรพสามิตจังหวัดที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ จำนวน 1 ชุด
และสำนักงานสรรพสามิตประจำโรงอุตสาหกรรม จำนวน 1 ชุด
ข้อ 10 หน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินงานของเจ้าพนักงานสรรพสามิต กองช่าง
10.1 ตรวจสอบตารางคำนวณปริมาตรของผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จัดส่งให้ตาม ข้อ 9.1 โดยพิจารณาประกอบกับข้อมูล
จากผลการตรวจสอบตามข้อ 8
10.2 เมื่อตรวจสอบถูกต้องแล้ว ให้วิศวกรลงนามรับรองกำกับไว้ในตารางคำนวณทุกแผ่นแล้วเสนอผ่านผู้บังคับบัญชา
ตามลำดับชั้นและให้ผู้อำนวยการกองช่างลงนามรับรองและประทับตราที่กรมสรรพสามิตกำหนด
10.3 จัดทำทะเบียนภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่กรมสรรพสามิตได้รับรองตารางคำนวณปริมาตรแล้วทั้งหมด
10.4 แจ้งให้สำนักบริหารการจัดเก็บภาษี 2 ทราบถึงจำนวนและหมายเลขของภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน
ที่ได้ตรวจสอบปริมาตรความจุและรับรองตารางคำนวณปริมาตรแล้วและแจ้งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมรับทราบในการ
ที่คณะกรรมการจะไปทำการตรวจสอบปริมาตรความจุหรือตรวจสอบสภาพภาชนะต่อไป
10.5 ให้รองอธิบดีมีอำนาจอนุมัติให้ใช้ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันและตารางคำนวณปริมาตรหรือมีอำนาจ
ในการจัดการดำเนินการใด ๆเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้แทนอธิบดีกรมสรรพสามิต
ข้อ 11 กรณีมีความจำเป็นต้องทำการจ่าย หรือรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือเข้าเก็บภาย
ในโรงอุตสาหกรรมแล้วแต่กรณี โดยผ่านภาชนะที่ยังมิได้รับการตรวจสอบรับรองจากกรมสรรพสามิตให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม
ยื่นคำขอผ่อนผันต่อกรมสรรพสามิตโดยแจ้ง
11.1 เหตุผล และความจำเป็น
11.2 ส่งแผนภาพแสดงแผนผังที่ตั้งภาชนะและท่อทาง
11.3 ในระหว่างการพิจารณาหากพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นควรให้ผุ้*ประกอบอุตสาหกรรมแจ้งข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติม หรือ
เห็นควรไปตรวจสอบ ณ โรงอุตสาหกรรมให้ผุ้*ประกอบอุตสาหกรรมรีบดำเนินการตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ร้องขอโดยไม่ชักช้า
ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี 2 พิจารณาคำขอตามวรรคหนึ่งเพื่อนำเสนออธิบดี
ข้อ 12 กรณีดังต่อไปนี้จะต้องทำการตรวจสอบสภาพภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันใหม่
12.1 ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ได้รับการตรวจสอบปริมาตรความจุหรือรับรองตารางคำนวณปริมาตรแล้ว
ให้ทำการตรวจสอบสภาพในครั้งแรกเมื่อครบกำหนด 5 ปี และในครั้งที่สองเมื่อครบกำหนด 10 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาตให้
ใช้ตารางคำนวณปริมาตร และเมื่อตรวจสอบสภาพพบว่าภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันมีสภาพเปลี่ยนแปลงไม่เกินเกณฑ์
ที่ ASTM/API กำหนดให้ใช้ตารางคำนวณปริมาตรฉบับเดิมต่อไปได้ แต่ถ้าเกินเกณฑ์ที่ ASTM/API กำหนดจะต้องทำการจัดทำ
ตารางคำนวณปริมาตรภาชนะนั้นใหม่
12.2 ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามข้อ 4(1) (2) (3)และ (4) ที่ได้รับอนุมัติให้ใช้ตารางคำนวณปริมาตรเมื่อ
ครบ 15 ปี นับจากวันอนุมัติผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะต้องล้างทำความสะอาดเพื่อตรวจสอบและจัดทำตารางคำนวณปริมาตรใหม่
12.3 กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ซ่อมแซมหรือกรณีอื่นใดอันมีผลทำให้ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันมี
ปริมาตรความจุเปลี่ยนแปลงไปจากตารางคำนวณปริมาตรที่ได้รับรองไว้แล้ว
12.4 กรณีที่เปลี่ยนชนิดน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่จะนำไปเก็บในภาชนะที่ได้ตรวจสอบและรับรองตารางคำนวณ
ปริมาตรไว้แล้ว เว้นแต่กองช่างพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่จำเป็นต้องทำการตรวจสอบก็ให้ใช้ตารางคำนวณปริมาตรฉบับเดิม
ต่อไป โดยเสนอให้รองอธิบดีเพื่อทราบ
ข้อ 13 ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่กรมศุลกากรอนุมติให้ใช้เพื่อเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำเข้ามาจาก
ต่างประเทศ และผู้ประกอบอุตสาหกรรมประสงค์จะใช้เพื่อการคำนวณภาษีสรรพสามิต กรมสรรพสามิตจะอนุมัติให้ครั้งละ 1 ปี
ทั้งนี้ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมถือปฏิบัติ ดังนี้
13.1 ส่งตารางคำนวณปริมาตรภาชนะที่ได้รับอนุมัติจากกรมศุลกากรเพื่อการนำเข้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน
จากต่างประเทศ จำนวน 1 ชุดเพื่อขออนุมัติ
13.2 ส่งแบบแปลงแผนผังที่ตั้งของภาชนะ พร้อมกับแนวท่อทางที่ใช้เพื่อรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน
นำเข้าจากต่างประเทศ
13.3 การขออนุมัติใช้ภาชนะในปีต่อๆไป ให้ผู้ประกอบอตุสาหกรรมส่งสำเนาเอกสารการนำเข้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์
น้ำมันจากต่างประเทศที่มีการสูบถ่ายเข้าภาชนะที่ขออนุมัติ
ข้อ 14 ให้ผู้อำนวยการกองช่าง ปฏิบัติตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2545
(นายวีระชัย ตันติกุล)
อธิบดีกรมสรรพสามิต


ที่มา http://law.excise.go.th/exciselaw/showdataL1.jsp